เคล็ด(ไม่)ลับ เลือกดื่ม ชา เพื่อสุขภาพ PDF พิมพ์ อีเมล

 

       ุกวันนี้ใครๆ ก็หันมาดื่มชา ด้วยสาเหตุหลายประการ ส่วนใหญ่จะนึกถึงประโยชน์สารพัดของการดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้ ขณะที่หลายคนยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับใบชา
       

      ดังนั้น ก่อนดื่มชาหรือหาใบชามาชงดื่มที่บ้าน ควรหาความรู้เกี่ยวกับใบชา สรรพคุณ สารที่อยู่ในใบชา ประโยชน์และสิ่งสำคัญ โทษและข้อควรระวังในการดื่มชา เพื่อว่าการดื่มชาของคุณจะได้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ร่างกาย


       เภสัชกรหญิง ร.ท.หญิง วิภาพร เสรีเด่นชัย กลุ่มวิชาเภสัชเวท คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เผยว่า ทุกวันนี้ผู้คนส่วนใหญ่นิยมดื่มชา การดื่มชาจึงเป็นที่รู้จักแพร่หลายทั่วโลก ทั้งในอเมริกา ยุโรป เอเชียและในบางประเทศของทวีปแอฟริกา แต่ผลผลิตชาส่วนใหญ่อยู่ในทวีปเอเชียโดยพื้นที่ซึ่งปลูกชามาก อยู่ระหว่างแนวเหนือ-ใต้ ตั้งแต่ประเทศญี่ปุ่น-อินโดนีเซีย และแนวตะวันออก-ตะวันตกจากประเทศอินเดีย-ญี่ปุ่น ด้วยเหตุที่พื้นที่บริเวณนี้อยู่ในเขตมรสุม มีอากาศอบอุ่น ปริมาณน้ำฝนมาก เหมาะกับการเจริญเติบโตของต้นชา

 

เราแบ่งชาตามกรรมวิธีผลิต ได้เป็น 3 กลุ่ม
1.ชาเขียว (green tea) เป็นชาที่ได้จากยอดใบชา รู้จักดีในชื่อของ ชาญี่ปุ่น เป็นชาที่ผ่านการอบแห้งโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการหมัก ทำให้ได้ใบชาที่ยังคงสีเขียวอยู่

2.ชาจีน (red tea ; Oolong tea) เป็นชาที่คนไทยคุ้นเคยที่สุด ผ่านกระบวนการหมักในระยะสั้นๆ มีรสจัดกว่าชาเขียว น้ำชามีสีแดงเข้ม ชาจีนที่ดีควรเป็นชาที่เก็บจากภูเขาสูงและเป็นชาที่เก็บในช่วงฤดูหนาว เชื่อกันว่าเป็นชาชั้นยอดและ มีกลิ่นหอมพิเศษ

3.ชาหมัก หรือชาฝรั่ง (black tea) เป็นชาที่ผ่านกระบวนการหมักอย่างเต็มที่ รสชาติชาที่ได้เข้มข้นมาก นอกจากนี้ ยังนิยมนำชาชนิดนี้แต่งกลิ่นแต่งรส ทำให้ได้รสชาติที่หลากหลายมากขึ้น ชาชนิดนี้เป็นที่นิยมมากในแถบยุโรป

       ปัจจุบัน มีชาอีกประเภทหนึ่งที่เรียกกันว่า ชาขาว เป็นชาที่ได้จากช่อใหม่ของต้นชาหรือยอดชาอ่อน และผ่านกระบวนการผลิตโดยใช้ความร้อนน้อยที่สุดจึงทำให้คุณค่าทางโภชนาการและศักยภาพในการต้าน อนุมูลอิสระสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบ กับชาชนิดอื่นๆ

       ชาเป็นเครื่องดื่มที่มีธาตุอาหารหลายชนิดที่ช่วยบำรุงร่างกายให้มีสุขภาพดี ช่วยกระตุ้นให้ระบบประสาทและร่าง กายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะในใบชามีสารกาเฟอีน ช่วยกระตุ้นระบบประสาทกลางและระบบ หมุนเวียนโลหิต มีอิทธิพลต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ภายใน ร่างกาย ใช้ผสมยาแก้ปวด รักษาโรคไมเกรน เพื่อเพิ่มฤทธิ์ในการรักษา และให้ยาออกฤทธิ์ได้นานขึ้น

      สารกลุ่ม แซนธีนในใบชา มีผลต่อระบบหัวใจและการไหลเวียนโลหิต ช่วยขยายหลอดเลือด ป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน ซึ่งการดื่มชายังสามารถรักษาอาการเจ็บหน้าอก และกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
      นอกจากนี้ การดื่มชามีผลต่อระบบต่อมไร้ท่อ และช่วยสลายไขมันได้เป็นอย่างดี ลดระดับคอเลสเตอรอล โดยไปเพิ่มการขับคอเลสเตอรอลในร่างกายผ่านทางน้ำดีในอุจจาระ

       ในประเทศจีนรู้กันมานานแล้วว่า ชาจีนสามารถควบคุมการเกิดโรคอ้วนได้ดี มีฤทธิ์ต้านจุลชีพ ช่วยฆ่าเชื้อโรค ลดการอักเสบ สมานแผล ขับและชำระ สารพิษในร่างกาย เพราะในใบชามีสารพอลิฟีนอล สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ได้ ในส่วนฤทธิ์การต้านการอักเสบเชื่อว่าชาสามารถป้องกันโรคที่ก่อการอักเสบเรื้อรัง เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์

       คนญี่ปุ่นเชื่อว่าการดื่มชาเขียวจะช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระและเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะชาเขียวมีวิตามินซี วิตามินบีรวม และกรดแพนโธเทนิก รวมทั้งวิตามินบี ช่วยให้หลอดเลือดมีการซึมผ่านได้ดีขึ้น ช่วยไม่ให้เส้นเลือดแข็งตัวง่าย กรดแพนโธเทนิกในชา ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น วิตามินบี 1ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเม็ดเลือด วิตามินบี 2 ช่วยลดการอักเสบชาช่วยแก้กระหายและช่วยในการย่อยอาหาร

       ในช่วงอากาศร้อนการดื่มชาจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้น เนื่องจากในใบชามีสารพอลิฟีนอล คาร์โบไฮเดรต และกรดอะมิโน เป็นองค์ประกอบ เมื่อสารเหล่านี้เกิดปฏิกิริยากับน้ำลายจะช่วยกระจายความร้อนส่วนเกินในร่างกาย ชายังให้สารไอโอดีน และฟลูออไรด์ซึ่งเป็นสารป้องกันภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป ซึ่งฟลูออไรด์ในจำนวนที่เพียงพอกับความต้องการ จะช่วยป้องกันฟันผุและเสริมมวลกระดูก

       หลังรับประทานอาหารควรดื่มชาแก่ๆสักถ้วย จะช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ช่วยย่อยอาหารจำพวก วิตามินกลุ่มต่างๆ

       เภสัชกรหญิง ร.ท.หญิง วิภาพร กล่าวว่า แม้เครื่องดื่มชาจะมีประโยชน์มากมาย แต่โทษที่อยู่ในใบชาก็มีไม่น้อย ใบชามีกรดแทนนิกอยู่มาก โดยเฉพาะชาหมักมีกรดแทนนิกมากกว่าชาเขียว

      ใบชาที่คุณภาพต่ำจะมีกรดแทนนิกอยู่มาก มีผลต่อ trace element ในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี ส่งผลให้ดูดซึมอาหารได้ไม่เต็มที่ ซึ่งอาจนำไปสู่การเจ็บป่วยด้วยอาการขาดธาตุเหล็กในเลือด เมื่อแทนนิกรวมตัวกับโปรตีนจะทำให้ย่อยโปรตีนยากขึ้น

       การดื่มชาที่เข้มข้นมากๆ มีผลในกระเพาะอาหารดูดซับ อาหารได้น้อยลง ระบบย่อยอาหารผิดปกติซึ่งจะทำให้ท้องผูก ยิ่งถ้าดื่มชาเข้มข้นในช่วงท้องว่างติดต่อกันเป็นเวลายาวนาน อาจทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารได้ แต่ควรดื่มชาหลังรับ ประทานอาหารแล้ว 2-3 ชั่วโมง

       สำหรับบางคน การดื่มชาอาจไม่เหมาะสมและทำให้เกิดโทษได้ จึงไม่ควรดื่มชา ซึ่งได้แก่ผู้ที่ไตทำงานบกพร่องหรือมีอาการไตวาย ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ เด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ขวบ สตรีที่รับประทานยาคุมกำเนิด สตรีตั้งครรภ์ สตรีให้นมบุตร ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ ผู้ที่มีไข้สูง

       นอกจากนี้ คนที่คิดจะดื่มชาควรจะมีความรู้และพึงระวังคือ ไม่ควรดื่มชาขณะกินยา ไม่ว่ายาแผนปัจจุบันหรือยาแผนโบราณ ไม่ควรดื่มชาก่อนนอนสำหรับผู้ที่นอนหลับยากหรือเป็นโรคนอนไม่หลับ ไม่ควรดื่มชาที่ร้อนจัดเพราะความร้อนจะไปทำลายเนื้อเยื่อในช่องปากจนทำให้เกิดอันตรายในช่องปาก ลำคอ ลำไส้ได้ ไม่ควรดื่มชาที่ชงค้างคืนหรือชงไว้นานหลายชั่วโมง เพราะชาอาจบูดซึ่งชาที่ชงทิ้งค้างไว้นานๆ พบว่ามีกรดแทนนิกสูง และสารต่างๆ ในน้ำชาอาจทำปฏิกิริยาจนกลายเป็นสารพิษได้

 

 

Our Store


รายการสินค้าทั้งหมด

Currency Selector